จากปลายข้าวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงของเหลือจากกระบวนการสีข้าว วันนี้ได้ถูกยกระดับกลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างรายได้ให้กับชุมชน และกลายเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมจากข้าวไทย ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น

 ที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตแป้งข้าวหอมมะลิ 105 บ้านเล้า หมู่ 3 ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด เกษตรกรในพื้นที่ได้ร่วมกันพัฒนา “แป้งข้าวหอมมะลิ” เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตข้าวของชุมชน และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย

นายประกอบ กิตติลาภ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตแป้งข้าวหอมมะลิ 105 เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตแป้งข้าวหอมมะลิ เกิดจากภูมิปัญญาของคนในชุมชนที่ทำขนมเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงรวมตัวกันนำข้าวในพื้นที่มาแปรรูปเป็นแป้ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร

“เดิมทีปลายข้าวที่เหลือจากการสีข้าว มักจะถูกนำไปเป็นอาหารเป็ดอาหารไก่ ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากนัก แต่เมื่อเรานำมาผลิตเป็นแป้งข้าวหอมมะลิ ก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับปลายข้าวได้อย่างมากเพราะจากเดิมหากขายปลายข้าวกิโลกรัมละ 12 บาท แต่เมื่อแปรรูปแล้วกิโลกรัมละ 45 บาท  อีกทั้งปลายข้าวหอมมะลิยังมีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะมีส่วนของจมูกข้าวอยู่ด้วย” 

ในช่วงเริ่มต้น กลุ่มประสบปัญหาเรื่องการทำตลาด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่คุ้นเคยกับแป้งสาลีเป็นหลัก อีกทั้งต้นทุนของแป้งข้าวหอมมะลิยังสูงกว่า แต่หากเปรียบเทียบในระดับคุณภาพ แป้งข้าวหอมมะลิถือว่าอยู่ในเกรดสูง และยังมีจุดเด่นสำคัญคือ ไม่มีสารกลูเตน (Gluten Free) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ที่แพ้กลูเตน

“ถ้าเปรียบเทียบกับแป้งสาลีเกรดเอที่มีราคาอยู่ประมาณ 60–70 บาท แป้งข้าวหอมมะลิของเราก็ถือว่าอยู่ในระดับคุณภาพเดียวกัน แต่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น และยังเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการอาหารปลอดกลูเตนด้วย”

การควบคุมต้นทุนการผลิต กลุ่มได้ปรับมาใช้ข้าวหักเป็นวัตถุดิบหลัก แทนการใช้ข้าวเต็มเมล็ด ซึ่งช่วยลดต้นทุน แต่ยังคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ เพราะข้าวหักยังมีส่วนของจมูกข้าวอยู่

ข้าวหอมมะลิที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งมีลักษณะดินทราย ทำให้ข้าวหอมมะลิมีเอกลักษณ์ด้านกลิ่นหอม เมื่อนำไปแปรรูปเป็นแป้งและทำขนม จะช่วยเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัสที่นุ่ม แตกต่างจากแป้งข้าวเจ้าทั่วไป

ในด้านกระบวนการผลิต กลุ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐานความสะอาดและการรักษาคุณภาพ โดยใช้ วิธีการบดแห้ง เพื่อคงความหอมของข้าวไว้ได้นาน และลดความชื้นของแป้ง ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 5–6 ปี โดยไม่เกิดมอด แต่ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการบดแป้ง ปลายข้าวจะถูกคัดอย่างละเอียด โดยมีการจ้างแรงงานในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแม่บ้าน มาช่วยตรวจสอบสิ่งเจือปน เช่น เมล็ดหญ้า เศษวัสดุ หรือเศษโลหะ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยเครื่องเซ็นเซอร์และแม่เหล็ก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความสะอาดได้มาตรฐานอย่างแท้จริง โดยทางกลุ่มมีโรงงานผลิตแป้งที่ได้การรับรองมาตรฐาน GMP และ อย. ตามลำดับ   ปัจจุบัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตแป้งข้าวหอมมะลิ 105 ได้พัฒนา แป้งสำเร็จรูปจากข้าวหอมมะลิ 100% หลากหลายชนิด เช่น แป้งโดนัท แป้งแพนเค้ก แป้งทอดกรอบ แป้งคุกกี้ แป้งบราวนี่ และ แป้งลอดช่อง เป็นต้น  ซึ่งสามารถนำไปประกอบอาหารหรือทำขนมได้อย่างง่าย ๆ อีกทั้งยังไม่มีการใช้สารกันบูดหรือสารกันราแต่อย่างใด  เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นายประกอบ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน กลุ่มมีสมาชิกจำนวน 45 ครัวเรือน และดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี .. 2553 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแรกของประเทศที่ผลิตแป้งข้าวหอมมะลิ เป็นของตนเอง  และแม้จะยังไม่มีโรงสีเป็นของตนเอง ต้องพึ่งพาโรงสีของสหกรณ์ในพื้นที่ แต่กลุ่มก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกแหล่งวัตถุดิบ โดยเลือกโรงสีที่มีสมาชิกของกลุ่มร่วมอยู่ และต้องเป็นข้าวที่ผ่านมาตรฐาน GAP เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

ปัจจุบัน แป้งข้าวหอมมะลิของทางกลุ่มได้ส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ โดยลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเริ่มขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในหลายด้าน โดยเฉพาะกรมการข้าว จะส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ผลิตข้าวให้ได้มาตรฐาน GAP เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสำหรับการแปรรูปเป็นแป้งข้าว 

นายประกอบ กล่าวทิ้งท้ายว่า แป้งข้าวหอมมะลิถือเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่ของเกษตรกรไทย ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับข้าว และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค

พวกเราภูมิใจมาก เพราะนอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้สมาชิกในชุมชนแล้ว ยังมีคนจากหลายจังหวัดเดินทางมาศึกษาดูงานอยู่เสมอ ทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและการแปรรูปอาหารด้วย

จากเมล็ดข้าวไทยสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายแป้งข้าวไทยจึงไม่ใช่เพียงวัตถุดิบในครัว แต่กำลังกลายเป็น นวัตกรรมทางอาหารที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการยกระดับคุณค่าของข้าวไทยในอนาคต.

ผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่เพจ แป้งข้าวหอมมะลิ 105 เพชรพานทอง

By admin

สนใจลงโฆษณา ติดต่อคุณจันทร์แรม 0917233792

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You missed

Bokep Indonesia Bokep Jepang Jav Bokep jilbab Bokep Indonesia Terbaru Bokep Indonesia Viral BOKEP INDONESIA BOKEP INDO GOBET SLOT GOBET SLOT bokep viral Bokep Indonesia Bokep Indonesia