สทนเผยผลตรวจยาดมสมุนไพร พบเชื้อเกินมาตรฐาน ชี้เทคโนโลยีฉายรังสีแกมมาลำอิเล็กตรอนสามารถทำให้ปลอดเชื้อได้ตามมาตรฐาน

(ปทุมธานี) — 10 พฤศจิกายน 2568 – นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะได้ตรวจความพร้อมของศูนย์ฉายรังสี และเป็นประธานแถลงข่าว “การยกระดับ ศูนย์ฉายรังสีครบวงจร เพื่อพัฒนาสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล” ณ ศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ณ เทคโนธานี คลอง 5 จ.ปทุมธานี โดยนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การพัฒนาศูนย์ฉายรังสีครบวงจร ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ อว. ในการผลักดัน “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ให้มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีรังสีมาใช้ยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทย ซึ่งมีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขยายสู่ตลาดโลก 

ตลาดสมุนไพรของไทยในปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงกว่าหกหมื่นล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องถึงหลักแสนล้านบาทต่อปีในอนาคต การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เทียบเท่าระดับสากล จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ อวให้ความสำคัญ โดยใช้พลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

เทคโนโลยีฉายรังสีเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าปลอดภัย ปราศจากสารตกค้าง และไม่ทำลายคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ใช้เทคโนโลยีนี้ในการยืดอายุสินค้าเกษตร อาหาร และสมุนไพร โดยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ศูนย์ฉายรังสีของสทน. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินงานด้วยทีมวิทยาศาสตร์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมกระบวนการผลิต โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับครบวงจร ถือเป็นศูนย์บริการ ฉายรังสีแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถให้บริการฉายรังสีผลิตภัณฑ์ได้เบ็ดเสร็จได้ที่นี่

การยกระดับครั้งนี้ทำให้ “ศูนย์ฉายรังสี สทน.” ก้าวสู่การเป็นศูนย์ฉายรังสีครบวงจร” ที่ให้บริการตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์การฉายรังสี การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และชุมชนผู้ผลิตสมุนไพร สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้รับบริการครบจบในที่เดียว และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง 

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อว. จะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อขยายบริการของศูนย์ฉายรังสีครบวงจรให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาค โดยมีแผนผลักดันให้เป็น Quick Win ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ยกระดับอุตสาหกรรมและ SMEs” ของกระทรวง พร้อมส่งเสริมให้สมุนไพรไทยก้าวสู่การเป็น “พืชเศรษฐกิจใหม่” ที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก 

ผมเชื่อมั่นว่าความสำเร็จของศูนย์ฉายรังสีครบวงจรแห่งนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญของการบูรณาการพลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศในเวทีโลก

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า จากการดำเนินการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพร ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด พบว่ามี เชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด สทน. จึงได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยรังสี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ผลการทดลองพบว่า การฉายรังสีอิเล็กตรอนในปริมาณ 20 กิโลเกรย์ (kGy) สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด และทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด 

นอกจากนี้ยังพบว่า การฉายรังสีแกมมาและรังสีอิเล็กตรอนในปริมาณ 15 กิโลเกรย์ ก็สามารถลดปริมาณเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำมากจนเป็นไปตามมาตรฐานเช่นกัน แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีการฉายรังสีมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีการฆ่าเชื้อแบบดั้งเดิม เช่น การอบด้วยความร้อน หรือการใช้รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) 

ทั้งนี้ สทน. ยังได้ทำการศึกษาหาต้นตอของการปนเปื้อน โดยวิเคราะห์องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ใน 3 ส่วน ได้แก่ 1. บรรจุภัณฑ์ 2. สำลีชุบน้ำมันหอมระเหย และ 3. สมุนไพรแห้งที่บรรจุในผ้าตาข่าย ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า แหล่งที่มาของเชื้อจุลินทรีย์ส่วนใหญ่เกิดจากสมุนไพรแห้ง ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่อาจมีความชื้นตกค้างและพื้นผิวขรุขระ จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อได้ง่าย ขณะที่ส่วนของบรรจุภัณฑ์และสำลีชุบน้ำมันหอมระเหยไม่พบการปนเปื้อน 

จากผลการศึกษานี้ เราแนะนำให้ผู้ผลิตใช้การฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาหรือลำอิเล็กตรอนใน วัตถุดิบสมุนไพรแห้งก่อนนำไปปรุงเป็นผลิตภัณฑ์ จะช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ ยีสต์ รา และเชื้อก่อโรคอื่น  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อคุณภาพหรือกลิ่นของสมุนไพร

รศ.ดร. ธวัชชัย กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีฉายรังสีมีความปลอดภัยไม่มีรังสีตกค้าง นอกจากนั้นยังมีข้อดีด้านต้นทุนการผลิต เพราะสามารถฆ่าเชื้อเฉพาะในวัตถุดิบสมุนไพรได้ โดยไม่จำเป็นต้องฆ่าเชื้อในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งหมด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของน้ำมันหอมระเหยที่ไวต่อความร้อน และสามารถรักษากลิ่นหอมตามธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การฉายรังสียังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ ควบคุมคุณภาพได้อย่างแม่นยำ ผ่านการตรวจสอบผลการฆ่าเชื้อในแต่ละล็อตของสมุนไพรโดยตรง เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสมุนไพรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัย 

เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสี เป็นอีกทางเลือกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ในช่วงท้าย รศ.ดร. ธวัชชัย อ่อนจันทร์ กล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์ “ผมเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอนนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับโลก 

ผมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการทุกท่านมาใช้บริการ หากท่านยังไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถปรึกษาหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที เรามีห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาที่พร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างแม่นยำ และสามารถฉายรังสีด้วยลำอิเล็กตรอนได้ปริมาณมากกว่า 5 ตันต่อวัน  สทนพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของท่าน และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสมุนไพรไทยไปพร้อมกัน

By admin

สนใจลงโฆษณา ติดต่อคุณจันทร์แรม 0917233792

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You missed

Bokep Indonesia Bokep Jepang Jav Bokep jilbab Bokep Indonesia Terbaru Bokep Indonesia Viral BOKEP INDONESIA BOKEP INDO GOBET SLOT GOBET SLOT bokep viral Bokep Indonesia Bokep Indonesia